Breast Surgery

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการศัลยกรรมหน้าอก

ศัลยกรรมหน้าอกรูปทรงหยดน้ำโดยการผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope / ศัลยกรรมเสริมหน้าอก /
ศัลยกรรมลดขนาดหน้าอก / ศัลยกรรมแก้ไขปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย / ศัลยกรรมหัวนม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการศัลยกรรมหน้าอก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการศัลยกรรมหน้าอก

ศัลยกรรมหน้าอกรูปทรงหยดน้ำโดยการผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope / ศัลยกรรมเสริมหน้าอก / ศัลยกรรมลดขนาดหน้าอก / ศัลยกรรมแก้ไขปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย / ศัลยกรรมหัวนม

Q. วัสดุที่ใช้ในการศัลยกรรมหน้าอกมีความปลอดภัยหรือไม่ ?

วัสดุที่ใช้ในการศัลยกรรมหน้าอกทำมาจาก Cohesive Gel เป็นวัสดุที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัย ในกรณีที่วัสดุ Cohesive gel ได้รับความเสียหาย วัสดุจะไม่ไหลออกมา นอกจากนี้แล้ววัสดุจะไม่ซึมเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย

Q. จริงหรือไม่ที่ต้องทำการเปลี่ยนวัสดุทุกๆ 10 ปี ?

วันหมดอายุของวัสดุที่ใช้เสริมหน้าอกไม่ได้ถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหากวัสดุไม่ได้รับความเสียหายหรือเกิดพังผืดรัดรอบวัสดุอย่างแน่นและแข็ง

Q. สามารถให้นมลูกได้หรือไม่ ?

ในขณะที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกนั้น จะทำการวางวัสดุไว้บริเวณใต้เนื้อเยื่อหน้าอกและกล้ามเนื้อ Pectoral Muscle เนื้อเยื่อหน้าอกและท่อน้ำนมจึงไม่ได้รับความเสียหาย เพราะฉะนั้นสามารถให้นมลูกได้ตามปกติ

Q. หลังทำศัลยกรรมหน้าอก หัวนมจะยังมีความรู้สึกหรือไม่ ?

การสูญเสียความรู้สึกบริเวณหัวนมเกิดขึ้นได้น้อยมาก ( น้อยกว่า 0.5% ) ส่วนใหญ่อาการชาจะค่อยๆดีขึ้น 2 - 3 เดือนหลังการผ่าตัด เกิดขึ้นในคนไข้ที่ใช้วิธีการผ่าตัดแบบกรีดปานนม

Q. คู่ครองจะทราบไหมว่าศัลยกรรมหน้าอกมา ?

หากทำศัลยกรรมหน้าอกโดยการใส่วัสดุ จะให้ความรู้สึกคล้ายกับหน้าอกของชาวตะวันตกที่มีอายุประมาณ 20 ปี ในกรณีที่เป็นชาวตะวันออก หากขนาดของหน้าอกก่อนศัลยกรรมไม่ได้มีขนาดใหญ่และคู่ครองเป็นคนที่มีความรู้สึกไว ก็อาจจะทราบได้ว่าทำศัลยกรรมหน้าอกมา

Q. ในกรณีที่มีอายุมากขึ้น วัสดุที่หน้าอกจะหย่อนคล้อยหรือไม่ ?

ความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อหน้าอกจะเกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นไม่ว่าจะทำศัลยกรรมหน้าอกหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตามการทำศัลยกรรมหน้าอก วัสดุจะช่วยทำให้อาการหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน

Q. การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่จะก่อให้เกิดปัญหาหรือไม่ ?

ในการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก จะใช้วิธีวางยาสลบในการผ่าตัด ซึ่งห้ามดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด การดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้เกิดอาการอักเสบหรือติดเชื้อได้ ส่วนการสูบบุหรี่นอกจากจะทำให้อักเสบและติดเชื้อแล้วนั้น ยังเป็นการขัดขวางการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต ดังนั้นห้ามสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 - 3 เดือนหลังการผ่าตัด

Q. ต้องทำการตรวจอะไรบ้างก่อนการผ่าตัด ?

เพื่อการเลือกวัสดุที่ใช้ในการศัลยกรรมหน้าอกที่เหมาะสม ต้องทำการตรวจหน้าอกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasonography) ตรวจวัดมวลไขมันร่างกาย และตรวจวัดมวลรวมร่างกาย นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยในการวางยาสลบ ต้องทำการตรวจเลือดและ x-ray ทรวงอกเพิ่มเติมอีกด้วย

Q. ต้องนอนโรงพยาบาลไหม ?

ตามหลักการของทาง DA แล้วนั้น คนไข้ทุกคนที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกกับทาง DA ต้องนอนโรงพยาบาลทุกคน เพื่อความปลอดภัยและความสมบูรณ์แบบของผลการผ่าตัด โดยคนไข้จะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในเช้าวันถัดไป

Q. จำเป็นต้องใส่ถุงเลือดหรือไม่ ?

ถุงเลือดจะช่วยขับเลือดเสียและยาสลบให้ออกมาในรูปแบบของเหลว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคนไข้เอง โดยจะนำถุงเลือดออกในเช้าวันถัดไป

Q. สามารถอาบน้ำได้เมื่อไหร่ ?

จะทำการแปะแผ่นกันน้ำไว้ที่บริเวณแผลกรีด ดังนันคนไข้สามารถอาบน้ำได้ 3 วันหลังการผ่าตัด และ 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัดคนไข้จะสามารถอาบน้ำได้โดยไม่ต้องแปะแผ่นกันน้ำ

Q. การรักษาหลังการผ่าตัดมีอะไรบ้าง ?

การรักษาหลังการผ่าตัด ประกอบไปด้วย การรักษาด้วยคลื่นความถี่สูง 4 ครั้ง ( 2 สัปดาห์ / 1 ครั้ง ) โดยจะเริ่มทำการรักษาตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 เป็นต้นไป นอกจากนี้แล้วยังมีเลเซอร์หรือการฉีดยาเพื่อลดรอยแผลเป็น และทาง DA จะสั่งยาป้องกันการเกิดพังผืดรัดรอบวัสดุให้แก่คนไข้ด้วย

Q. สามารถเริ่มออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ ?

สามารถออกกำลังกายเบาๆ 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด โยคะหรือว่ายน้ำสามารถทำได้ 1 เดือนหลังการผ่าตัด และควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆที่ต้องทำการขยับแขนและร่างกายส่วนบนอย่างน้อย 2 เดือนหลังการผ่าตัด

Q. สามารถใส่เสื้อชั้นในแบบมีโครงได้เมื่อไหร่ ?

สามารถใส่เสื้อชั้นในแบบมีโครงได้ 3 เดือนหลังการผ่าตัด อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการใส่ชุดชั้นในแบบโครงโลหะหรือชุดชั้นในดันทรงอย่างน้อย 3 เดือนหลังการผ่าตัด

Q. สามารถทำการศัลยกรรมหน้าอกโดยการเติมไขมันได้หรือไม่ ?

การศัลยกรรมหน้าอกโดยการเติมไขมัน จะต้องใช้ปริมาณไขมันในการสกัดค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีปริมาณไขมันในร่างกายมากพอและมีวอลลุ่มที่หน้าอกในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เป็นวิธีการผ่าตัดที่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศัลยแพทย์